ประชาสัมพันธ์ เรื่องการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างประหยัดและให้คำแนะนำเรื่องการชะลอการปลูกข้าวนาปีในช่วงต้นฤดุฝนนอกเขตพื้นที่ชลประทาน

info รายละเอียด
???? 1. การประชาสัมพันธ์เพื่อการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างประหยัด ในช่วงต้นฤดูฝนที่ปริมาณและการกระจายตัวของฝนยังไม่สม่ำเสมอ การสร้างความตระหนักรู้ในชุมชนเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเน้นย้ำแนวทางปฏิบัติในครัวเรือนและชุมชน ดังนี้: ตรวจสอบและซ่อมแซมระบบน้ำ: ประชาสัมพันธ์ให้ทุกครัวเรือนตรวจสอบท่อประปา ก๊อกน้ำ หรือภาชนะกักเก็บน้ำ (โอ่ง, ถังพักน้ำ) ไม่ให้มีการรั่วซึม เพื่อลดการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ การใช้น้ำซ้ำ (Water Reuse): รณรงค์ให้นำน้ำที่ผ่านการใช้งานบางประเภท เช่น น้ำล้างผัก น้ำซักล้างที่ไม่มีสารเคมีรุนแรง นำไปใช้รดน้ำต้นไม้หรือล้างพื้นต่อ ปรับพฤติกรรมการใช้น้ำ: แนะนำการปิดก๊อกน้ำระหว่างแปรงฟัน หรือการใช้ฝักบัวประหยัดน้ำในการอาบน้ำแทนการตักสาด วางแผนการรดน้ำต้นไม้: สำหรับสวนหย่อมหรือพืชผักสวนครัวในบ้าน ควรเลือกรดน้ำในช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็น เพื่อลดอัตราการระเหยของน้ำจากความร้อน ???? 2. คำแนะนำเชิงเทคนิค: การชะลอการปลูกข้าวนาปี (นอกเขตชลประทาน) พื้นที่นอกเขตชลประทานจำเป็นต้องพึ่งพาน้ำฝนและควบคู่ไปกับความชื้นในดินเป็นหลัก การเร่งปลูกข้าวในช่วงที่ฝนยังตกไม่สม่ำเสมออาจทำให้ต้นกล้าเสียหายยืนต้นตายได้ จึงมีข้อแนะนำในการจัดการดังนี้: ⏱️ การชะลอเวลาและติดตามสภาพอากาศ ประเมินปริมาณน้ำและฝนทิ้งช่วง: แนะนำให้เกษตรกรชะลอการตกกล้าหรือหว่านไถออกไปก่อน จนกว่าจะมั่นใจว่ามีปริมาณน้ำฝนสะสมในนามากพอ และพ้นช่วงความเสี่ยง "ฝนทิ้งช่วง" (ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม) ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด: ติดตามการพยากรณ์อากาศและคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา หรือประกาศจากหน่วยงานเกษตรในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อหาจังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการลงมือ ???? การปรับวิธีเพาะปลูกและเตรียมดิน การไถกลบตอซัง: รณรงค์ให้เกษตรกรใช้วิธีไถกลบตอซังข้าวแทนการเผา เพราะตอซังและอินทรียวัตถุจะช่วยคลุมหน้าดินและรักษาความชื้นในดินไว้ได้นานขึ้นเมื่อมีฝนตกลงมา เลือกพันธุ์ข้าวทนแล้ง: ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ควรแนะนำให้เกษตรกรเปลี่ยนมาใช้พันธุ์ข้าวที่มีอายุเก็บเกี่ยวสั้น หรือพันธุ์ข้าวที่ทนทานต่อสภาวะขาดน้ำได้ดี เลือกวิธีหว่านข้าวแห้ง (หว่านสำรวย): หากมีความจำเป็นต้องปลูกเนื่องจากเงื่อนไขด้านเวลา การใช้วิธีหว่านข้าวแห้งคอยฝนจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าการปักดำที่ต้องใช้น้ำปริมาณมากในระยะแรก ???? 3. มาตรการจัดการน้ำสำรองในไร่นา เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้กับแปลงเกษตรนอกเขตชลประทานในระยะยาว ควรส่งเสริมมาตรการเหล่านี้: สร้างแหล่งน้ำประจำไร่นา: สนับสนุนให้เกษตรกรปรับพื้นที่ทำสระน้ำแก้มลิงประจำไร่นา หรือยึดหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ (เช่น โกก หนอง นา) เพื่อเป็นเบาะรองรับเก็บกักน้ำฝนเอาไว้ใช้หล่อเลี้ยงต้นข้าวในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง จัดตั้งกลุ่มบริหารจัดการน้ำชุมชน: สำหรับแหล่งน้ำธรรมชาติในท้องถิ่น (เช่น ลำห้วย ฝาย หรืออ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก) ควรมีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้นำชุมชนและเกษตรกร เพื่อวางกติกาการจัดสรรน้ำและเปิด-ปิดน้ำอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง
attach_file ไฟล์เอกสาร 25690604_Zr14y4B.png file_download ดาวน์โหลด